เทคนิคการสั่งงาน
ความหมายของการสั่งงาน
·
การสั่งให้บุคคลที่อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง
และตรวจสอบดูว่าเขาเหล่านั้นได้ปฏิบัติงานอย่างดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้หรือไม่
·
การที่ผู้บริหารใช้ความสามารถชักจูงหว่านล้อมให้ผู้ใต้บังคับบัญชารับงานไปปฏิบัติเพื่อให้งานเหล่านั้นบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ
·
ภาระหน้าที่ของผู้บริหารในการใช้ความสามารถชักจูงคนงานให้ปฏิบัติอย่างดีที่สุดจนกระทั่งองค์การสามารถบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้
การสั่งงานที่มีประสิทธิภาพ
การสั่งงานที่ดี เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการแนะนำงานในส่วน/
แผนก ให้กับลูกน้องใหม่ หรือเพิ่งย้ายเข้ามาในส่วน/แผนก นั้น ได้ทราบ
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของงาน และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างงานที่เขาต้องทำ
กับงานโดยส่วนรวม นอกจากนี้ การสั่งงานยังจำเป็น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ขั้นตอน
วิธีการทำงาน รวมทั้งเมื่อมีงานใหม่ๆที่จะให้ลูกน้องทำ
องค์ประกอบที่สำคัญของการสั่งงาน
1.
ผู้บริหาร หรือ ผู้นำองค์การ
พฤติกรรมของผู้นำในการแสดงออกมีผลต่อการชักจูงผู้ใต้บังคับบัญชา
2.
ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นปัจจัยพื้นฐานของพฤติกรรมทั้งปวง
3.
แรงจูงใจ
เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดพฤติกรรม
4.
การติดต่อสื่อสาร
เป็นเครื่องมือในการสั่งการระหว่างผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา
ในการสร้างความเข้าใจระหว่างกัน
ประเภทของการสั่งงาน
1.
แบบออกคำสั่ง (Command)
2.
สั่งงานแบบขอร้อง (Request)
3.
สั่งงานแบบให้คำแนะนำ (Suggest)
4.
สั่งงานแบบอาสาสมัคร (Volunteer)
แบบออกคำสั่ง
(Command)ควรใช้เมื่อ
·
ผู้รับคำสั่งดื้อด้าน
เกียจคร้านหรือชอบหลีกเลี่ยงงาน
·
เป็นกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน
หรือมีอันตรายร้ายแรง
·
ต้องการความเด็ดขาด
หรือต้องการให้ปฏิบัติโดยเคร่งครัดทันทีทันใด
สั่งงานแบบขอร้อง
(Request) ควรใช้เมื่อ
l
ลูกน้องสูงอายุ
หรือเป็นคนช่างคิดหรือมีความน้อยเนื้อต่ำใจ
l
สถานการณ์เป็นปกติไม่เร่งร้อน
l
เปิดโอกาสให้ผู้รบคำสั่งมีเสรีภาพใช้ดุลพินิจตัดสินใจด้วยตนเองได้บ้าง
สั่งงานแบบให้คำแนะนำ
(Suggest) ควรใช้เมื่อ
l
ลูกน้องมีความรับผิดชอบสูงและมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นอยู่แล้ว
รวมทั้งมีความรู้ความสามารถหรือมีความชำนาญดี
l
สถานการณ์ในขณะนั้นเอื้อให้เกิดความคิดริเริ่มหรือมีความกระตือรือร้น
l
ลักษณะการบังคับบัญชา
เป็นแบบเปิดให้มีอิสระที่จะเลือกปฏิบัติได้
สั่งงานแบบอาสาสมัคร
(Volunteer) ควรใช้เมื่อ
l
ผู้รับคำสั่งมีบุคลิกลักษณะให้ความร่วมมือดี
l
สถานการณ์ผิดจากยามปกติ
l
ผู้รับคำสั่งไม่อยู่ใต้การบังคับบัญชาโดยตรง
ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับที่จะให้ผู้รับคำสั่งต้องกระทำ
ขั้นตอนในการสั่งงาน
1.
การวางแผน/เตรียมสั่งงาน
-ทำไม
(จุดประสงค์การสั่งงาน/ผลงานที่ต้องการ)
-
อะไร (เนื้อหาของงานที่จะสั่ง)
-
ใคร(คนที่จะรับคำสั่งงาน)
-
อย่างไร (วิธีการสั่งงาน/ วิธีกระตุ้นความสนใจของลูกน้อง)
-
เมื่อไหร่ (เวลาที่เหมาะกับการสั่งงาน)
-
ที่ไหน (สถานที่ที่เหมาะกับการสั่งงาน)
2. การสั่งงาน
·
กระตุ้นความสนใจของลูกน้อง
หัวหน้างานจะต้องดึงความสนใจของลูกน้องให้ได้
การให้ลูกน้องมีส่วนร่วมในการถามคำถาม ทวนประเด็น หรือทดลองทำตลอดช่วง
เวลาที่สั่งงาน
เป็นวิธีการที่ดีอีกวิธีการหนึ่ง
·
เริ่มสั่งงาน ตามแผนที่วางไว้
หัวหน้างานอธิบายจุดประสงค์ของงาน ระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการ มาตรฐานการทำงาน/
ปฏิบัติงาน เวลาที่จะเริ่มต้นและสิ้นสุดของงาน สถานที่ที่จะดำเนินการ
หัวหน้างานอาจใช้การสาธิต หรือ ให้ลูกน้องทดลองปฏิบัติตามขั้นตอนที่เตรียมไว้
·
ทดสอบความเข้าใจของลูกน้อง
ต้องทดสอบความเข้าใจของลูกน้องอย่างสม่ำเสมอ
ตลอดการสั่งงาน
ประเด็นสำคัญที่หัวหน้างานจะต้องทดสอบว่าลูกน้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับงานที่สั่ง ได้แก่
1. จุดประสงค์ของการสั่งงาน ในหลายๆ กรณีมักจะ หมายถึงผลลัพธ์ ผลงานที่คาดหวังจะได้รับ
2.
สิ่งที่ลูกน้องจะต้องดำเนินการ มาตรฐานการปฏิบัติงาน
3.
วันและเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่สั่ง
4.
สถานที่ที่จะดำเนินการ
3.การติดตามผล คือ
การติดตามความคืบหน้าของการนำคำสั่งงานนั้นไปดำเนินการเนื่องจากบางครั้ง
อาจมีการดำเนินการที่ผิดไปจากคำสั่งงานได้ เมื่อเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น หัวหน้างานสามารถช่วยเหลือ
ให้คำแนะนำแก่ลูกน้องให้แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ในการ วางแผน/เตรียมการสั่งงาน
จำเป็นต้องคิดถึงแผน หรือติดตามผลด้วย
วิธีการในการสั่งงาน
สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร
1.
เมื่อต้องการส่งคำสั่งไปอีกแห่งหนึ่งทราบโดยแน่ชัด
2.
เมื่อผู้รับคำสั่งเข้าใจช้าหรือขี้ลืม
3.
คำสั่งนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยมาก ยากแก่การจำ
4.
สั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อต้องการให้ผู้รับคำสั่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง
5.
เมื่อคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งสำคัญและต้องปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง
6.
คำสั่งที่เป็นตัวเลข หรือกำหนดระยะเวลา จำนวน
ที่แน่นอน
7.
เป็นเรื่องที่มีรายละเอียดข้อมูลหรือตัวเลขที่เฉพาะเจาะจงและแน่นอน
8.
เป็นเรื่องสำคัญหรือซับซ้อนและจำเป็นต้องติดตามให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องโดยเคร่งครัด
9.
เมื่อต้องการให้มีหลักฐานอ้างอิงในภายหลัง
10.
เมื่อเป็นงานที่มีขั้นตอนการปฏิบัติและติดตามผล
11.
เมื่อคำสั่งที่ต้องการถ่ายทอดไปสู่อีกสถานที่หนึ่งหรือไปอีกหน่วยงานหนึ่ง
12.
ต้องการระบุให้ผู้รับคำสั่ง
รับผิดชอบต่อเรื่องนั้นให้แน่ชัดลงไป
13.
ผู้ที่รับคำสั่งเป็นผู้ที่เข้าใจช้าหรือชอบหลงลืม
14.
ผู้จะต้องปฏิบัติหลายฝ่ายและหลายคน
15.
เมื่อต้องอ้างถึงกฎระเบียบหรือคำสั่งของผู้บริหารระดับสูง
16.
เมื่อคำสั่งในเรื่องทั่วๆ
ไปที่จะต้องติดประกาศหรือเวียนแจ้งรับรู้อย่างกว้างขวาง
ข้อบกพร่องที่อาจเกิดจากการสั่งงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
l
ข้อความของคำสั่งยาวเกินไป
l
ซับซ้อนยุ่งยากต่อความเข้าใจ
l
ไม่เรียงลำดับให้เข้าใจง่าย
l
ให้ศัพท์ทางวิชาการ(Technical Term)มากเกินไป
l
ใช้คำย่อหรืออักษรย่อซึ่งไม่เป็นที่เข้าใจ
การสั่งด้วยวาจา
1.
เป็นคำสั่งที่ไม่มีรายละเอียด
2.
เป็นคำสั่งในกรณีที่ไม่เหมาะสมจะเป็นคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน
3.
เมื่อต้องการอธิบายคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้เข้าใจยิ่งขึ้น
4.
คำสั่งที่ไม่ค่อยมีความสำคัญมาก
5.
เป็นการย้ำคำสั่งเดิมที่สั่งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรไว้แล้ว
สั่งด้วยวาจา
ควรเลือกใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
1.
เป็นคำสั่งเกี่ยวกับงานประจำที่เข้าใจดีอยู่แล้ว
2.
เป็นกรณีฉุกเฉินต้องปฏิบัติโดยเร่งด่วน
3.
ต้องการเร้าให้ผู้รับคำสั่งเกิดความสนใจและตั้งใจในการปฏิบัติ
4.
เพื่อกระตุ้นให้ผู้รับคำสั่งลงมือทำงานให้รวดเร็วกระฉับกระเฉงขึ้น
5.
เป็นงานที่มีรายละเอียดปลีกย่อย
ซึ่งต้องให้โอกาสผู้รับคำสั่งถาม
6.
เป็นงานที่จะต้องพูดอธิบายจึงจะเข้าใจชัดเจน
7.
ต้องการอธิบายหรือชี้แจงคำสั่งที่เป็นหนังสือให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
8.
ต้องการให้ความช่วยเหลือในเรื่องความเข้าใจต่องานที่จะต้องทำ
9.
ไม่มีรายละเอียดมากและไม่ซับซ้อนหรือมีเรื่องที่จะต้องจดจำมาก
10.
เป็นเรื่องที่สำคัญน้อยและสั่งงานแก่คนจำนวนน้อย
ข้อบกพร่องที่อาจเกิดจากการสั่งงานที่ใช้วาจา
l
ผู้สั่งพูดไม่ชัดเจน
l
ใช้คำสั่งในภาษาที่ไม่คุ้นเคย
l
ด่วนสรุปคิดว่าผู้รับคำสั่งเข้าใจดีแล้ว
l
พูดเรื่องโน้นที เรื่องนี้ที ไม่เป็นลำดับ
l
พูดยาวเกินไปในแต่ละเรื่อง
l
ไม่ถูกกาลเทศะ ทำให้ขาดความสนใจ
l
ใช้ศัพท์วิชาการมากเกินความจำเป็น
ข้อพึงปฏิบัติในการสั่งงาน
l
สั่งด้วยท่าทางสุภาพ สีหน้าปกติ
l
สั่งโดยใช้น้ำเสียงดังชัดเจน
l
สั่งในลักษณะให้เกียรติผู้รับคำสั่ง
l
สั่งอย่างเป็นระบบที่มีขั้นตอนเป็นลำดับ
l
สั่งอย่างเข้าใจเรื่องที่สั่ง
l
สั่งพร้อมทั้งสังเกตปฏิกิริยาของผู้รับคำสั่งว่าเป็นอย่างไร
l
สั่งโดยเปิดโอกาสให้ผู้รับคำสั่งซักถามความสงสัยได้
l
สั่งโดยเน้นจุดสำคัญให้ทราบ
ข้อพึงละเว้นในการสั่งงาน
l
อย่าแสดงท่าทางอันไม่เหมาะสม เช่น ท้าวสะเอว
ชี้นิ้ว เป็นต้น
l
อย่าสั่งในขณะที่มีอารมณ์รุนแรงหรือขณะโกรธ
l
อย่าสั่งแบบใช้อำนาจขมขู่
l
อย่าสั่งเสียงห้วนหรือกระโชกโฮกฮาก
l
อย่าสั่งครั้งละหลายเรื่องโดยไม่แยกให้เป็นเรื่องๆ
l
อย่าสั่งโดยใช้คำพูดดูถูกความสามารถ
l
อย่าสั่งซ้ำๆ
ซากๆโดยพูดย้ำแล้วย้ำอีกจนดูเป็นการไม่ไว้วางใจ
l
อย่าสั่งโดยกำหนดขั้นตอนมากเกินความจำเป็น
-------------------------------------------------------------------------